[SF] Rainbow Is Love [Yuchun X Changmin]
posted on 07 Feb 2010 21:44 by babegate in MicMin
[SF] Rainbow Is Love
Pairing :: Yuchun X Changmin
Author :: gate_babe
Note :: เรื่องนี้นานมากแล้ว แต่แต่งไม่จบสักกะที 555+ ตอนนี้จบแล้ว อยู่ดี ๆ ก็นึกถึงปาร์คกี้พาร์ททะลึ่งทะเล้น แล้วมันก็ออกมาเป็นเช่นนี้แลท่านผู้อ่าน 555+ พิมพ์ผิดพิมพ์ถูก ขออภัยด้วยนะคะ
“ เวลาที่พูดถึงความรักที่สดใสใคร ๆ มักนึกถึงท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง สายลม แสงแดดอ่อน ๆ แต่สำหรับผมแล้วความรักของผมเกิดขึ้นในวันที่ฝนตก แดดออก และสายรุ้งที่ทอแสง นั่นแหล่ะสดใสที่สุดแล้วสำหรับผม “
ท้อง ฟ้าที่สดใส กับแสงแดดอ่อน ๆ ช่างดูสวยงามและสดชื่น แต่ที่แปลกตาออกไปคงเป็นสายฝนที่กำลังพร่างพรายอยู่ตอนนี้ บนพื้นถนนเฉอะแฉะด้วยน้ำขัง รถราต่างวิงชะลอความเร็วเพราะเกรงใจคนเดินเท้า ที่วิ่งฝ่าสายฝนเพื่อหาที่ป้องกันตนเองจากความเปียกชื้น
โทรศัพท์มือถือของใครบางคนถูกยัดลงกระเป๋ากางเกงอีกครั้ง หลังจากเปิด SMS การพยากรณ์อากาศของวันนี้ขึ้นอ่าน
“ มาบอกบ้าอะไรตอนนี้วะ มันตกแล้วเนี่ย จะให้ทำไงล่ะที่นี้ เฮ้อ “
มือ หนายกขึ้นขยี้ผมหยักโศกสีดำสนิทที่ชื้นด้วยละอองฝนเม็ดเล็ก เสื้อสูทสีดำถูกถอดออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดและกางเกงส์ยีนที่ขาดหลุดรุ่ย
“ เอาตรงนั้นแล้วกัน ยังไงก็ไม่ทันแล้วนิ่ “
ยู ชอนวิ่งฝ่าละอองฝนไปยังฝั่งตรงข้ามของถนนใหญ่ใจกลางเมือง หยุดยืนอยู่หน้าร้านหนังสือ ที่มีหลังคายื่นออกมาให้พอได้หลบกันเปียก มือถูกยกขึ้นขยี้ผมอีกครั้งพร้อมทั้งจัดทรงให้เข้าที่เข้าทาง ใบหน้าขาวเงยขึ้นมองท้องฟ้าสว่างสดใสที่เต็มไปด้วยละอองน้ำ เค้าหันมองซ้าย มองขวา สายตาพลันสะดุดเข้ากับใครบางคนที่นั่งอยู่ร้านกาแฟบล๊อคถัดไป ใบหน้าเรียว รับกับสันจมูกโด่ง กลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน คิ้วเข้มเข้ารูป ดวงตาสีโกโก้ที่เปล่งประกายสดใสนั้นจับจ้องอยู่บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยละออง ฝน ริมฝีปากบางแย้มยิ้มเหมือนพึงพอใจกับอะไรสักอย่าง ทำให้ยูชอนอดมองตามไปยังทิศทางดังกล่าวไม่ได้
“ รุ้งเหรอ “
เสียง สบถเบา ๆ ในลำคอ เค้าจำไม่ได้แล้วว่านานแค่ไหนที่เค้าไม่เคยเห็นบันได้เจ็ดสีนี้ คงตั้งแต่ข้ามผ่านวัยเด็กกระมัง พอมีภาระหน้าที่เยอะขึ้น การมองสิ่งแวดล้อมรอบกายให้สวยงามก็ลดลง เค้าละสายตาจากโค้งรุ้งเส้นเดิม
“ อ้าว . . . หายไปไหนแล้วล่ะ “
ยู ชอนมองจุดเดิมอีกครั้งแต่ก็ไร้ร่องรอยผู้ชายหน้าหวานคนนั้น ความรู้สึกสุขแปลก ๆ วิ่งเข้าสู่หัวใจ ก่อนอมยิ้มให้ความคิดของตัวเอง อยู่ดี ๆ ก็ถูกสะกดด้วยรอยยิ้มหวานทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักหรือพบหน้า ในตาคู่นั้นส่องประกายแวววาวประหนึ่งดวงดาวยามค่ำคืนที่ส่องแสงระยิบระยับ พวงแก้มสีชมพูอ่อนนั้นน่าสัมผัสและน่าทนุถนอม ถ้าได้แตะต้องสักครั้งจะรู้สึกยังไงน๊า . . . เค้าได้แต่ลูบท้ายทอยเบา ๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้มเพราะรู้สึกเขินกับสิ่งที่ตนเองกำลังคิดอยู่
“ บ้าไปแล้วเรา “
เสียง บ่นงึมงัม ปนเสียงหัวเราอย่างอารมณ์ดีนั้นสดใสขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ทั้ง ๆ ที่เมื่อสักครู่นี้เค้ายังดูหงุดหงิดกับสภาวะอากาศอยู่หยก ๆ ยูชอนเงยหน้ามองท้องฟ้าอีกครั้ง บัดนี้เม็ดฝนที่เคยร่วงหล่นกลับเหือดหายไม่เห็นแม้ละอองบางเบา เหลือแต่แสงอาทิตย์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความร้อน
“ นึกจะหยุดก็หยุด “
ยู ชอนก้มหน้าหัวเราะให้กับสภาพอากาศอีกครั้ง ก่อนเดินไปตามถนนที่ชื้นแฉะ จุดหมายปลายทางคือร้านขายดอกไม้ที่เพื่อนเค้าร้องขอให้ไปช่วยทำงานแทนในช่วง ที่ไม่อยู่
“ น๊า ยูชอนฉันขอร้องแหล่ะ ฉันไม่รู้จะหาใครมาแทนนายแล้ว ยิ่งตอนนี้เหลือน้องชายฉันอยู่คนเดียวยิ่งวุ่นวายใหญ่ มันมีไอ้ลูกค้าชีกอบางคนเทียวไปเทียวมาไม่เว้นแต่ล่ะวัน ขอร้องล่ะเพื่อนแค่สองอาทิตย์เอง นะนะ “
ภาพของชองยุนโฮที่ ยกมือประลก ๆ ขอร้องเค้าก่อนที่จะต้องไปทำธุระที่ต่างจังหวัดผุดขึ้นในหัวสมอง ยูชอนยิ้มนิด ๆ เป็นอันรู้กันว่าหมอนี้ไม่ได้ก้มหัวให้ใครง่าย ๆ แต่ถึงขนาดยอมทำตัวนอบน้อมขนาดนี้ก็แสดงว่าคงเดือดร้อนจริง ๆ จะไม่ช่วยก็ไม่ได้
หลังจากที่สายฝนผ่านท้องฟ้าไปได้ไม่นานนัก บรรยากาศที่ร้อนระอุก็ถูกแทนที่ ยูชอนเดินผ่านพื้นถนนที่กำลังถูกความร้อนแผดเผาจนน้ำที่ขังอยู่ตามพื้นระเหย ขึ้นเป็นไอ ระยะทางที่เดินมาเพียงไม่กี่นาทีเค้ามองเห็นร้านดอกไม้ขนาดย่อมที่ตั้งอยู่ บริเวณด้านข้างของสวนสาธารณะได้อย่างชัดเจน หน้าร้านถูกประดับประดาด้วยต้นไม้ ดอกไม้ นานาพรรณ
ยูชอนเดิน เข้าไปหยุดยืนอยู่หน้าร้านในตาเผลอเหลือบไปเห็นก๊อก ที่กำลังทำหน้าที่รดน้ำหญ้าในสวนสาธารณะอย่างขมักขเม้นทั้ง ๆ ที่ฝนเพิ่งหยุดตก
“สงสัยจะลืมปิด”
ด้วยสภาพ อากาศที่ร้อน กับละอองน้ำจากสายยาง เมื่อปะทะกันเข้าก็ทำให้เกิดโค้งรุ้งเล็ก ๆ ขึ้นอยู่ในบริเวณสวนหย่อม เมื่อเห็นมันอีกครั้ง ยูชอนก็อดที่จะนึกถึงนัยตาแวววับคู่นั้นไม่ได้ นัยตาที่จับจ้องโค้งรุ้ง และริมฝีปากที่แย้มยิ้มช่างสะกดสายตาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ยูชอนเผลอยิ้มออกมากอย่างลืมตัว
“ นี่คุณ . . . ช่วยเอาเท้าของคุณออกจากดอกไม้ของผมด้วยครับ “
เสียง ใครบางคนดังมาจากด้านหลัง ยูชอนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันมองตามเส้นทางของเสียง โค้งรุ้งที่สดใสบัดนี้ปรากฎอยู่ตรงหน้าเค้าอย่างไม่น่าเชื่อ ในตากลมคู่นั้นสวยงามกว่าที่มองเห็นระยะไกลเป็นไหน ๆ ริมฝีปากบางที่ขยับขึ้นลงช่างน่าหลงไหลพอ ๆ กับพวงแก้มสีชมพูระเรื่อที่ลอยอยู่ตรงหน้า
“ นี่คุณ ผมบอกให้คุณเอาเท้าของคุณออกไปจากดอกไม้ของผมเดี๋ยวนี้ “
เสียงนั้นย้ำขึ้นอีกครั้งจนทำให้ยูชอนหลุดจากภวัง ก่อนก้มมองตามสายตาของร่างบาง
“ อุ๊ย “ . . . . เท้าหนักถูกยกขึ้นจากกรีบของดอกเยอบีร่าสีส้มสดที่บอบช้ำ
“ เอ่อ . . . ผมขอโทษ พอดีไม่ได้ตั้งใจ คุณคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยครับ “
ยู ชอนใช้มือหนาลูบท้ายทอยตัวเองพร้อมส่งยิ้มแหย ๆ เค้าคงทำให้คนตรงหน้าโกรธโดยไม่ตั้งใจเค้าให้แล้ว ร่างบางใช้นิ้วเรียวหยิบดอกไม้ที่บอบช้ำขึ้นมาอย่างถนุถนอม ก่อนเดินเข้าร้านไปโดยไม่สนใจการมีตัวตนของยูชอนเลยแม้แต่น้อย
“ เฮ้ . . . เดี๋ยวสิ เอ่อ . . . ผมจะมาช่วยงานคุณที่นี่ในช่วงที่ยุนโฮไม่อยู่ “
ยู ชอนเดินตามเข้าไปในร้านติด ๆ แต่สิ่งที่ได้รับคือความเงียบ ยูชอนถูกมองด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรนักอาจเป็นเพราะสิ่งที่เค้าทำเมื่อสัก ครู่
“ เอ่อ ยุนโฮให้ผมมาช่วยงานคุณในช่วงที่เค้าไม่อยู่ พอดีฝนตกผมเลย . . . . “
“ ผมว่าคุณไม่เหมาะกับงานนี้ “
เสียงทุ้ม นิ่ง ตอบกลับมาโดยไม่รอให้จบประโยค ยูชอนได้แต่ยืนเงียบ เค้าแค่รู้สึกว่าการพบกันครั้งแรกทำไมช่างดูอึดอัด
“ ทำไม “
ยูชอนเอ่ยถามขึ้น
“ คุณจะอยู่ร้านดอกไม้ คุณเคยรู้มั้ยว่าดอกไม้แต่ละดอกมีชื่ออะไรบ้าง หมายความว่ายังไง มาจากที่ไหน มีกี่สายพันธุ์ และต้องดูแลมันยังไง . . . . คุณรู้มั้ย? ผมเชื่อว่าแค่วิธีการรดน้ำต้นไม้ที่ถูกต้องคุณยังทำไมเป็นเลย จริงมั้ย“
คำพูดกระทบกระแทกแดกดัน การแสดงออกซึ่งความเฉยชา และไม่แยแสที่ยูชอนได้รับแทนที่เค้าจะโกรธ มันกลับเหมือนการท้าทายเค้าซะมากกว่า
“ผ้ากันเปื้อนอยู่ไหน ผมจะได้เตรียมทำงาน “
ยูชอนอมยิ้มน้อย ๆ แต่มันกลับกลายเป็นท่าทีที่ยั่วโทสะของผู้ที่อยู่ก่อน
“คุณ นี่พูดไม่รู้เรื่อง ผมบอกว่าคุณไม่เหมาะ ผมไม่อยากยุ่งวุ่นวาย ดังนั้นคุณอย่ามาเป็นตัวปัญหาสำหรับผมได้มั้ย ผมจะบอกพี่ยุนโฮเอง คุณไม่ต้องห่วง “
“ ผมรับปากยุนโฮ ไม่ได้รับปากคุณ ดังนั้น . . . ฝากตัวด้วยครับ “
ยู ชอนก้มศรีษะลงจนเกือบชิดหัวเข่า ระหว่างที่เงยหน้าขึ้นในตาเหลือบเห็นกระดาษแผ่นแข็งที่ถูกบรรจุไว้ในกล่อง นั้นจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ตัวอักษรที่ประทับลงบนกระดาษสีสวยคงเป็นชื่อของใครบางคนตรงหน้า
“ คุณชางมิน “
“ คุณ . . . “
ไม่ รอที่จะฟังคำทัดทานใด ๆ จากเจ้าของร้าน เค้าเดินเข้าไปด้านหลังหยิบผ้ากันเปื้อนสีดำมาใส่เพื่อป้องกันความสกปรก ใช่ว่าเค้าจะทำอะไรไม่เป็นตอนอยู่อเมริกาก็แอบพ่อกับแม่รับจ๊อบอยู่บ่อย ๆ เพราะฐานะทางบ้านที่พื้น ๆ ไม่ได้หรูหราอะไร ดังนั้นเรื่องงานทำความสะอาดหรืองานพิเศษต่าง ๆ ตั้งแต่เด็กเสริฟ ส่งของ ล้างจาน ล้วนเคยผ่านมาแล้วทั้งนั้น
ยูชอนใช้มือหนาเกยคางตัว เองอยู่ที่เคาท์เตอร์ เค้าชอบแอบมองเวลาที่ใครคนนั้นคุยกับลูกค้า เวลาที่ใครคนนั้นจัดดอกไม้ หรือดูแลดอกไม้ในร้านอย่างทะนุถนอม เอาใจใส่ในทุกช่อดอกที่ได้สัมผัส เวลาชางมินส่งยิ้มให้กับดอกไม้แต่ละช่อมันทำให้โลกทั้งโลกดูสดใสได้อย่าง อัศจรรย์ มันช่างผิดกับตอนที่เค้า
“ คุณมองอะไร “
“ อุ่ย “
ยูชอนสะดุ้งเมื่อหันไปเห็นแววตาดุ ๆ และน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ ผมถามว่าคุณมองอะไร “
ชางมินย้ำประโยคเดิม
“ ผมแค่สงสารตัวเอง ทำไมคุณไม่เห็นยิ้มให้ผมเหมือนอย่างที่ยิ้มให้กับดอกไม้พวกนี้บ้างเลย “
ยูชอนทำหน้างอง้ำพอน่ารัก เพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่ชางมินก็ยังคงแสดงสีหน้าเฉยชาใส่อย่างไม่ใยดี
“ ทำไมผมต้องยิ้มให้คุณ คุณเหยียบดอกไม้พวกนั้นอย่างไม่ใยดี แล้วยังจะมีหน้ามาถามหารอยยิ้มจากผมอีกเหรอ ผมไม่ไล่คุณออกไปให้ห่าง ๆ ร้านนี้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว “
“ ผมไม่ได้ตั้งใจคุณก็รู้ ถ้าคิดว่าเรื่องนี้มันผิดมากนัก คุณจะให้ผมทำยังไงเพื่อไถ่บาป “
ยูชอนเอ่ยถาม สีหน้าเริ่มฉายแววจริงจังขึ้นมาบ้าง ประโยคนั้นทำให้ชางมินนึกวิธีการบางอย่างเพื่อสั่งสอนยูชอน
“ เอามันมาคืนผม ดอกอะไรก็ได้ ห้ามซื้อ ห้ามขโมย ห้ามขอ . . . แต่คุณต้องปลูกเอง ถ้าคุณได้มาคืนผมด้วยฝีมือของคุณเองผมจะเลิกมองคุณในแง่ร้าย . . ในระดังหนึ่ง ขอย้ำว่าในระดับหนึ่งเท่านั้น “
ยูชอนพยักหน้า รับข้อเสนอนั้นทั้ง ๆ ที่แววตาไม่มั่นใจสักเท่าไหร่นัก เป็นอันรู้กันว่าเค้าเจองานแต่ละงาน สารพัดสาระเพ รับได้ทั้งนั้นไม่เคยถอย แต่งานที่ต้องคอยดูแล ทะนุถนอม และเอาใจใส่มันแพ้ทางกันจริง ๆ
“ แต่ . . . “
“ ถ้าจะถามผม ผมคงไม่แปลกใจถ้าคุณทำไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่ผมน่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว “
ชา งมินส่งยิ้มเหยียด ๆ ให้ ก่อนเดินหายเข้าหลังร้านปล่อยให้ยูชอนยืนตึกตรองถึงข้อเสนอที่เค้ามอบให้ อย่างหนักใจ การทำงานของคนสองคนแม้บทสนทนาในแต่ละวันจะไม่มากนัก แต่ยูชอนก็พยายามหาเรื่องคุย หรือหาเรื่องกวนประสาทชางมินให้ได้ปะทะคารมณ์กันอยู่เรือ่ย ๆ วันนี้ก็เช่นกัน
“ นั่นดอกอะไร “
ยูชอนชี้นิ้วไปที่ดอกไม้สีม่วงอ่อนเกือบเข้มที่มีกลิ่นหอมจาง ๆ กลีบดอกที่เล็กระเอียดอยู่รวมกันมากมายจนกลายเป็นพวงช่อที่สวยงาม
“ ดอกลาเวนเดอร์ “
ชางมินตอบสั้น ๆ
“ แล้วนั่นหล่ะ “
นิ้ว ชี้ถูกเปลี่ยนทิศทางไปหากลีบดอกสีขาวบริสุทธิ์ รูปร่างบิดเบี้ยวนั้นดูสวยงามอย่างมีเสน่ห์ พอ ๆ กับก้านดอกที่มีเถาวัลย์ไล่เรื้อยอย่างมีศิลปะ
“ ดอกสวีทพี “
“ แล้วดอกนั้นล่ะ “
กลีบดอก วงรีขนาดใหญ่ และหนา สีของกลีบดอกถูกแซมไปด้วยสีสันมากมาย ทั้งชมพูขาว แดงเหลือง ชมพูม่วง เหลืองส้ม ทั้งหมดวางรวมกันอยู่เป็นกอใหญ่
“ อ๊ะ . . . อันนี้ไม่ต้องบอก ดอกนี้ผมรู้จักดี “
ยู ชอนเอ่ยอย่างมั่นใจ ชางมินอมยิ้มเพราะตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาเกือบอาทิตย์นอกจากท่าทางกวนประสาท แล้ว เรื่องดอกไม้ยูชอนไม่มีความรู้เลยสักนิด
“ งั้นคุณก็บอกมาสิว่าที่คุณชี้อยู่น่ะเค้าเรียกดอกอะไร “
“ ทิวลิปลายไง “
ยูชอนภูมิใจในคำตอบ ท่าทางเชื่อมั่นนั้นทำชางมินอดขำไม่ได้
“ ที่อย่างนี้มาทำเป็นรู้ว่าเป็นดอกทิวลิปลาย แล้วคุณรู้จักมันได้ยังไงคุณยูชอน “
“ ก็เพราะความหมายมันดีน่ะสิ ผมถึงได้ชอบ “
“ ความหมายดี คุณรู้ด้วยเหรอว่ามันหมายความว่าอะไร น่าประหลาดจัง “
ชางมินถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เพราะเค้าไม่คิดว่าคนอย่างยูชอนจะรู้จักความหมายของดอกไม้ตรงหน้า
“ มันหมายความว่า “
ยูชอนโน้มหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ใบหน้าเรียวของชางมิน ก่อนจ้องลึกลงไปในดวงตาสีโกโก้
“ ดวงตาของคุณสวยจัง “
สิ่ง ที่ยูชอนเอ่ยทำเอาชางมินถึงกับหน้าขึ้นสีชมพูระเรื่อโดยไม่ตั้งตัว . . . เค้าได้แต่ยิ้มอย่างพึงใจเมื่อเห็นคนตรงหน้าแสดงความเขินอาย
“ นายทำอะไรน่ะ “
ใครบางคนที่เพิ่งเข้ามาจากประตูร้านกล่าวเสียงดุดัน สีหน้าแสดงถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“คุณฮยอนจุง “
ชางมินเรียกผู้มาเยือนอย่างสนิทสนม ก่อนผละสายตาออกจากการจับจ้องของยูชอน ด้วยความรวดเร็ว
“ หายไปนานเลยนะครับ . . . วันนี้จะรับอะไรดี เดี๋ยวผมจะได้จัดการให้ “
ชางมินส่งยิ้มหวานทั้ง ๆ ที่ใบหน้ายังร้อนผ่าว
“ใครน่ะครับ“
ฮยอนจุงเอ่ยถาม สายตาที่ส่งให้ยูชอนนั้นไร้ความเป็นมิตรโดยสิ้นเชิง
“ เพี่อนพี่ยุนโฮครับ . . . พี่ยุนโฮให้มาช่วยผมช่วงที่พี่ยุนโฮไปต่างจัดหวัด “
“ อ๋อ . . . แล้วไป ยินดีที่ได้รู้จัก ผมฮยอนจุง ลูกค้าประจำของที่ร้าน “
ฮยอนจุง แนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงนิ่ง เพื่อหยั่งเชิงฝ่ายตรงข้าม
“ ครับ ผมปาร์ค ยูชอน ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน “
ยู ชอนทำงานอยู่ที่ร้านมาหลายวัน ขาจรมากหน้าหลายตาแต่ละคนทำท่าทางกรุ่มกริ่มใส่ชางมินก็จริง แต่ก็ผ่านไป แต่คน ๆ นี้ไม่ใช่ ฮยอนจุง น่ากลัวกว่าทุกคน แต่ . . . ที่เค้ากลัวอยู่ตอนนี้เค้าไม่ได้กลัวว่าฮยอนจุงจะคิดอะไรกับชางมิน แต่ยูชอนกลัวว่าชางมินจะคิดอะไรพิเศษกับฮยอนจุงมากกว่า
ฮยอนจุง และชางมิน ยืนเลือกดอกไม้กันอยู่ที่หน้าเคาท์เตอร์ เค้ารอให้ชางมินจัดดอกไม้ช่อนั้นให้โดยมียูชอนยืนมองอยู่ห่าง ๆ สายตาของยูชอนจับจ้องรูปร่างสูงโป่รง ผมตัดตรงสีน้ำตาลทอง ชุดสูทสีครีม และรองเท้าหนังสีขาว แต่เมื่อก้มมองตนเองแล้ว เสื้อยืดเก่า ๆ กับกางเกงยีนส์ขาด ๆ ที่มีเอี้ยมกันเปื้นสีดำปกปิดความมอสอ พร้อมทั้งรองเท้าผ้าใบที่ผ่านการใช้งานมานับครั้งไม่ถ้วน
ยูชอน ได้แต่ส่ายหัวกับสภาพที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เค้ามองฮยอนจุงอีกครั้ง สายตาคู่นั้นจับจ้องชางมินอย่างไม่วางตา แอบอมยิ้มสดใสเวลาคนตรงหน้ากำลังให้ความสนใจกับดอกไม้ในมือ ความอิจฉามันพุ่งพล่าน ทำยังไงถึงจะหยุดคน ๆ นี้ได้
“ กึก “
“ อะ ขอโทษครับผมไม่ได้ตั้งใจ “
ยูชอนถูพื้นร้านจนไม้ถูพื้นกระแทกลงไปที่เท้าของฮยอนจุง ก่อนทำเช่นนั้นซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายครั้ง
“ ขอโทษนะครับ พอดีหน้าเคาท์เตอร์มันสกปรกมาก ผมเลยต้องถูหลายรอบ รบกวนไปนั่งรอได้มั้ยครับ คุณจะได้ไม่เกะกะตอนผมทำความสะอาด “
พูดจบยูชอนก็ผายมือไปที่โซฟาตัวยาวที่อยู่หน้าเคาท์เตอร์ ก่อนส่งยิ้มประกาศสงครามเล็ก ๆ
“ นั่นสิครับ คุณฮยอนจุง ไปนั่งรอเถอะ ยืนเมื่อยเปล่า ๆ อีกไม่นานก็เสร็จแล้ว คุณไม่เชื่อฝีมือผมรึไง “
“ ไม่ใช่นะครับ “
ฮยอนจุง ปฏิเสธ ก่อนหันมองหน้ายูชอน ที่ยืนยักคิ้วหลิ่วตาราวผู้ชนะ หน้าตาฮยอนจุงไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก
“ ก็ได้ ผมนั่งรอที่โซฟาก็ได้ “
“ ชางมิน “
เสียง ใครบางคนดังมาจากหน้าร้าน . . . ผู้ชายรูปร่างสมส่วน แต่งตัวทันสมัย เส้นผมสีดำ คิ้วเข้มและนัยตาดำขลับ เดินยิ้มร่าเข้ามาหาชางมินที่หน้าเคาท์เตอร์ ยูชอนมองใครคนนั้นพร้อมสบถเบา ๆ
“ ใครอีกวะเนี่ย อะไรกันนักกันหนา “
“ ซีวอน “
เสียงชางมินดังขึ้น พร้อมส่งยิ้มให้แขกผู้มาใหม่
“ นายหายไปหลายวันเลยนะ วันนี้พี่ฮันให้มาเอาอะไร “
“ พี่ฮันให้มาเอาดอกกุหลาบก้านยาวสีโอโรสน่ะ . . เห็นว่าอยากได้สัก 30 ดอกจะเอาไปจัดร้าน เพราะว่าวันนี้พี่แจจุง พี่จุนซู กับฮยอกแจจะมาทานข้าวที่ร้าน พี่ฮันน่ะอยากได้ดอกไม้ แต่ฉันน่ะอยากได้เจ้าของร้านดอกไม้น่ะ ขายมั้ยล่ะ “
ผู้มา ใหม่เอ่ยอย่างอารมณ์ดี ชางมินได้แต่อมยิ้มเพราะซีวอนมักพูดเล่นกับเค้าแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง เพราะสนิทกันมาแต่เด็กชางมินจึงรู้นิสัยเพื่อนคนนี้ดี ส่วนชายหนุ่มสองคนที่อยู่ในร้านบัดนี้กลายร่างเป็นอากาศธาตุ ไร้ตัวตนไปทันที
“ อะแฮ่ม “
เสียงยูชอนกระแอม ขึ้นเพื่อดึงความสนใจ ซีวอนหันมองเห็นฮยอนจุง เค้าเพียงยิ้มให้ก่อนก้มศรีษะลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ แต่กับยูชอน ซีวอนมองอย่างงง ๆ ก่อนหันไปหาชางมินด้วยแววตาสงสัย
“ เพื่อนพี่ยุนโฮ ให้มาช่วยฉันที่ร้านช่วงที่พี่ยุนโฮไม่อยู่น่ะ “
“ ครับ ผมปาร์ค ยูชอน มาทำหน้าที่แทนยุนโฮ กันพวกเหลือบ ไร มด มอด ที่จะเข้ามาเกะกะในร้านช่วงที่เค้าไม่อยู่น่ะครับ “
ยู ชอนพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ก่อนแค่นยิ้มให้คนตรงหน้าเหมือนโดนบังคับ ชางมินใช้สายตาดุปรายตามองยูชอนเพื่อเป็นการปรามในสิ่งที่ไม่สมควร
“ คุณยูชอน เค้าเป็นเพื่อนกับพี่ยุนโฮน่ะ “
ชา งมินอธิบายต่อ ซีวอนพยักหน้าทำความเข้าใจ ยูชอนอดคิดในเชิงเปรียบเทียบไม่ได้ รูปร่าง หน้าตา สไตล์การแต่งตัว ศัตรูทั้งอสองคนดูดีกว่าเค้ามากโข แล้วจะสู้ได้ยังไง ถ้าอย่างนั้นคงต้องกันให้ถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความคิดเจ้าเล่ห์หยุดลงพร้อมริมฝีปากที่เปิดขึ้น
“ ร้านของคุณซีวอนอยู่แถวไหนเหรอครับ “
ยูชอนเอ่ยถาม
“ ไม่ไกลจากนี้หรอกครับ ถัดไปแค่สองถนน ถามทำไมเหรอครับ “
ซีวอนทำหน้างง
“ คุณกลับไปรอที่ร้านก็ได้ครับ กุหลาบก้านยาว สีโอโรส 30 ดอก คุณกลับไปได้เลยเดี๋ยวผมเอาไปส่งให้เอง ”
เค้าจูงมือซีวอนออกมาให้ห่างจากเคาท์เตอร์ แล้วกระซิบที่ข้างหูเบา ๆ
“ ส่วนเจ้าของร้านไม่ขาย ”
ยูชอนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ให้ซีวอน ก่อนหันมาคว้าดอกไม้ที่หน้าเคาท์เตอร์ยื่นใส่หน้าฮยอนจุง จนเจ้าของดอกไม้ช่อสวยถึงกับผงะหลบ
“ แล้วก็นี่ครับของคุณฮยอน จุง ดอกไม้คุณเสร็จแล้ว . . . โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ “
ยู ชอนดันหลังทั้งคู่ออกนอกร้านแบบไม่ทันตั้งตัว แขกทั้งสองคนต่างงุนงง แต่ไม่ทันได้ท้วงติงอะไร ร่างกายของตัวเองก็ออกจากประตูมาอยู่ด้านนอกเรียบร้อยแล้ว หันมามองในร้านอีกทีก็เห็นยูชอนยืนส่งยิ้ม พร้อมปิดประตูร้านอย่างรวดเร็ว เมื่อหันกลับมาในร้อนรอยยิ้มสำนึกผิดแบบหลอก ๆ ก็ผุดขึ้นบริเวณริมฝีปากทันที เพราะตอนนี้ชางมินยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่บริเวณด้านหน้าเคาท์เตอร์
“ คุณทำอะไรของคุณ เค้าเป็นแขกของผมนะ “
ชางมินทำเสียงเข้ม
“ ก็ . . . เอ่อ . . . ก็ “
“ ก็อะไร คุณทำทำไม มันไม่สมควร “
ชางมินยังย้ำเพื่อหาคำตอบจากยูชอน
“ ก็ เอ่อ ก็ อ๊ะ! ก็ยุนโฮให้ผมดูแลคุณ ไม่ให้ลูกค้าชีกอหน้าไหนเข้าใกล้คุณ ในเมื่อเพื่อนขอร้องผมก็ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด แล้วอีกอย่าง . . . “
“ อีกอย่างอะไร “
น้ำเสียงหงุดหงิดของชางมินยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง
“ ก็ . . . ก็แค่กลัว ผมก็แค่กลัวน่ะ “
“ กลัว คุณกลัวบ้าอะไรของคุณ “
ยูชอนขยับตัวไปยืนอยู่ด้านหน้า ก่อนโน้มริมฝีปากแนบข้างหูเพื่อตอบคำถามที่ถูกคาดคั้น
“ ผมกลัวคุณสนใจสองคนนั้น มากกว่าสนใจผมน่ะ “
จบประโยคยูชอนก็อมยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนขยิบหนึ่งครั้งด้วยท่าทางที่ยียวน บัดนี้พวงแก้มของชางมินกลายเป็นสีชมพูระเรื่อโดยอัตโนมัติ
“ บ้ารึเปล่า เล่นอะไรของคุณเนี่ย ผมเป็นเพื่อนเล่นของคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ “
ริม ฝีปากสีกลีบกุหลบเอ่ยขึ้น เค้าผลักอกยูชอนจนเซ ก่อนเดินหายเข้าหลังร้าน พฤติกรรมที่ชางมินแสดงออกทำให้ยูชอนอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้
“ ยุนโฮ นายจะโกรธฉันรึเปล่าวะ ถ้าฉันจะบอกว่าฉันคงจะรักน้องนายเข้าให้แล้ว “
จาก อาทิตย์แรกจนเข้าอาทิตย์ที่สอง ยูชอนรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเค้ากับชางมินดีขึ้นในระดับหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าเกินเลยกว่าเพื่อนร่วมงาน แต่การพูดคุยกันในแต่ละวันดูสบาย ๆ ขึ้น ชางมินไม่ตั้งแง่กับเค้าเหมือนช่วงแรก ๆ ทุกอย่างรอบตัวดูสดใสแม้จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยมเยียนเป็นระยะก็ตาม
“ ชางมิน “
เสียงฮยอนจุงดังขึ้น ขณะที่ชางมินและยูชอนช่วยกันจัดดอกไฮเดนเยียที่เพิ่งถูกส่งมาถึงร้านเมื่อสักครู่นี้
“ คุณฮยอนจุง สวัสดีครับ “
“ สวัสดีครับคุณยูชอน . . . ยังอยู่อีกเหรอครับเนี่ย “
คำทักทายของฮยอนจุงคือการเปิดสงคราม แต่ยูชอนก็ไม่ได้สะทกสะท้านสักเท่าไหร่
“ ยังอยู่ครับ ที่นี่แมลงมันเยอะ คงต้องอยู่ดูแล แล้วก็กำจัดการอีกนาน คุณก็ระวังตัวไว้นะครับ ระวังมันจะนึกว่าพวกเดียวกัน “
“ คุณยูชอน “
เสียง ฮยอนจุงตะหวาดกลับ แต่ยูชอนก็ยังคงยืนยิ้มอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว หากเป็นช่วงอาทิตย์แรกของการทำงานป่านนี้เค้าคงโดนชางมินดุเข้าให้แล้ว แต่นี่เพราะร่วมงานกันมาระยะหนึ่งทำให้ชางมินรู้ว่า ท่าทางยียวนของยูชอนนั้นคงมีมาแต่กำเนิด ซึ่งเค้าเริ่มมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ ขอแค่อย่าให้มันมากเกินไปก็เท่านั้น
“ พอเถอะครับ . . . ว่าแต่วันนี้คุณฮยอนจุงอยากได้ดอกไม้อะไรล่ะครับ ผมจะได้จัดเข้าช่อให้ “
ฮยอนจุงเลิกสนใจยูชอน ก่อนหันมายิ้มหวานให้ชางมิน
“ผมอยากได้กุหลาบแดงสีสด ก้านยาว ผูกโบว์ให้สวยที่สุดเท่าที่จะสวยได้”
ฮยอนจุงตอบ พร้อมส่งสายตาหวานเชื่อมให้เจ้าของร้านอย่างไม่เกรงใจใครอีกคน
“ของคนพิเศษเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะทำมันให้สุดฝีมือ”
ชา งมินยิ้ม ก่อนลงมือจัดช่อดอกไม้ที่ฮยอนจุงต้องการอย่างปราณีต ฮยอนจุงยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์ไม่ห่างไปไหนสักนาที ได้แต่ยืนมองการประดิษฐ์ประดอยช่อดอกของชางมินจนเสร็จสมบูรณ์ โดยมียูชอนยืนจัดดอกไม้เข้าตู้อยู่ข้าง ๆ
“เรียบร้อยแล้วครับ”
ชางมินเอ่ย พร้อมยืนดอกกุหลาบช่อแดงให้ฮยอนจุง
“สวยมากเลย ฝีมือไม่เคยตกเลยนะครับ”
ชางมินยิ้มรับคำชมอย่างภูมิใจ พอดีกับรถส่งดอกไม้จากสวนมาจอดเทียบหน้าร้านอีกคัน
“ผมขอตัวไปรับของก่อนนะครับ ปลายอาทิตย์ของมาส่งเยอะ”
ฮยอน จุงพยักหน้ารับ ชางมินเดินแยกตัวไปหน้าร้าน ยูชอนเดินมาที่หน้าเคาท์เตอร์วางกรรไกรตัดกิ่งลงเพื่อที่จะไปช่วยชางมินรับ สินค้าที่มาส่งเพิ่ม
“เดี๋ยวก่อนคุณยูชอน”
ฮยอนจุงร้องทัก ยูชอนหยุดยืนตามเสียงเรียก
“ว่ายังไงครับ”
เค้าขานรับด้วยน้ำเสียงโมโนโทน
“คุณว่ากุหลาบดอกนี้เหมาะกับชางมินมั้ย”
ฮยอนจุงเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ยียวน
“ถ้าจะให้ผมตอบ คนอย่างชางมินไม่เหมาะกับกุหลาบหรอกนะ ชางมินเค้ามีค่ากว่าดอกไม้ดอกนี้เยอะ”
“แต่ดอกกุหลาบดอกนี้ผมเตรียมไว้ให้เค้านะ”
“แล้วคุณมาบอกเรื่องนี้ให้ผมรู้ทำไม”
ยูชอนเชิดหน้าอย่างยะโสเพื่อต่อสู้สายตาที่เหยียดหยามของคนตรงหน้า
“ก็ เพื่อให้คุณเจียมตัว ส่งกระจกดูสาระรูปตัวเอง แล้วออกไปห่าง ๆ จากชางมินซะ ลูกจ้างมอซออย่างคุณน่ะ อย่าเข้าใกล้เค้าให้มากนัก เดี๋ยวความสกปรกมันจะกระเด็นไปโดนตัวเค้าซะเปล่า ๆ “
“มันจะมากไปแล้วมั้งครับ”
ยูชอนยืนกำหมดแน่น เพื่อระงับโทสะที่กำลังพุ่งพล่าน
“จริง ๆ แล้วเค้าก็เป็นแค่อีกตัวเลือก ไม่ได้ผมก็ไม่ซีเรียสนะ แต่ที่ผมบอกคุณเอาไว้เผื่อวันไหนเค้าโดนผมทิ้งคุณจะได้ซับน้ำตาให้ได้ไง ไม่ดีเหรอ หึ”
เสียงหัวเราะในลำคอของฮยอนจุงฟังดูหน้าหมั้นไส้ที่สุด และเพราะประโยคนี้นี่เองที่ทำให้ความอดทนของ ปาร์ค ยูชอนหมดลง
“ฮยอนจุง ไอ้ลูกหมา”
เสียงตะโกนถูกส่งออกพร้อมหมัดที่รวบรวมจากโทสะพุ่งเข้าใบหน้าของฮยอนจุงแบบไม่ทันตั้งตัว
“หยุดนะคุณยูชอน”
เสียง ตะโกนจากเจ้าของร้านหน้าหวาน หยุดอีกหมัดของยูชอนที่กำลังจะพุ่งเข้าจุดเดิม ชางมินกระชากยูชอนออกจากฮยอนจุง ก่อนมองใบหน้าที่ยับเยินของคนที่นั่งกองอยู่กับพื้น สายตากราดเกรี้ยวถูกส่งให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ชางมินมองยูชอนตั้งแต่หัวจรดเท้า สิ่งสะเทือนใจที่สุดคงไม้พ้นดอกกุหลาบสีแดงสด บัดนี้มันยับเยินอยู่ภายใต้รองเท้าผ้าใบเก่า ๆ ของยูชอนเรียบร้อยแล้ว
“คุณเป็นบ้าอะไรของคุณ ไม่มีมารยาท คุณออกจากร้านผมไปซะ”
“ชางมิน”
ยูชอนพยายามจะอธิบาย แต่ความโกรธบดบังทำให้หน้ามืดตามัว ไม่ยินยอมรับฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น
“ออกไป ผมบอกให้คุณออกไป”
ยู ชอนได้แต่มองแผ่นหลังของคนหน้าหวานที่ก้มประครองฮยอนจุงให้ลุกขึ้น โดยไม่ได้สนใจคำอธิบายอะไรของตนสักนิด เค้ากระชากผ้ากันเปื้อนออกก่อนเดินหายไปยังสวนสาธารณะที่อยู่ด้านข้างของ ร้าน ชางมินเริ่มสอบถามความเป็นมาเป็นไปของการวิวาทครั้งนี้ โดยฮยอนจุงเล่าเหตุการณ์แค่ว่าตอนจะเอาดอกไม้ให้ชางมิน แต่ยูชอนไม่พอใจจึงเกิดเหตุวิวาทกันขึ้น
“แค่นั้นจริง ๆ เหรอครับคุณฮยอนจุง”
เสียงซีวอนดังมากจากประตูหลังที่แอบอยู่ด้านข้างของห้องครัว
“ซีวอน นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่”
“มาตั้งนานแล้ว นานพอที่จะรู้ว่าคุณยูชอนทำไมถึงพุ่งหมัดเข้าหน้าของคุณฮยอนจุง”
ฮยอนจุงมีสีหน้าร้อนรนจนชางมินจับพิรุธได้
“นายเล่ามาซีวอน เล่าทุกสิ่งที่นายเห็น ทุกอย่างที่นายได้ยิน เล่าให้เราฟัง”
ชา งมินขอร้องแกมบังคับ แต่ถึงจะไม่ขอร้องซีวอนก็ตั้งใจที่จะเปิดปากเรืองนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และจากการบอกเล่าของซีวอนทำให้ชางมินรู้รายละเอียดทั้งหมด ฮยอนจุงได้รับการขอโทษจากชางมินอย่างมีมารยาทก่อนขอความกรุณาอย่ากลับมาที่ ร้านอีก ส่วนซีวอนในฐานะเพื่อนที่ดี เค้าได้รับหน้าที่กิติมาศักดิ์โดยไม่ได้ตั้งตัว
“แล้วทำไมฉัน ต้องมานั่งเฝ้าร้านให้ด้วยล่ะ .... เกิดพี่ฮันกลับมาที่ร้านแล้วไม่เจอฉันจะทำยังไง ฉันโดนฆ่าตายแน่ ๆ ชางมิน นะชางมิน ถ้าไม่ติดว่านายเป็นเพื่อนฉันล่ะก็ ฉันไม่ลงทุนนั่งเฝ้าดอกไม้พวกนี้ให้หรอกนะจะบอกให้”
เสียงบ่นพึมพำที่ดังไปทั่วร้านนั้นไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆ
+ + + + + + + + + + + + + + +
ชา งมินเดินตามหายูชอนจนทั่วบริเวณสวนสาธารณะแต่ก็ไม่มีวี่แววของคนที่เค้ามอง หาอยู่สักนิด เดินไปเดินมาจนหมดหนทางจึงตัดสินใจกลับไปตั้งหลักที่ร้าน คนที่เค้าพอจะพึงได้ตอนนี้คงจะเป็นยุนโฮ แต่เมื่อถึงหน้าร้านเค้ากลับเห็นคนที่เค้าตามหาเดินวนไปวนมาด้วยท่าทีที่ แสดงออกบ่งบอกถึงอาการกล้า ๆ กลัว ๆ ในการเผชิญหน้า
“คุณมาทำอะไรตรงนี้คุณยูชอน”
เจ้า ของชื่อสะดุ้งสุดตัว ก่อนหันหน้ามาหาเจ้าของเสียง สีหน้าเค้าไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่ชางมินกลับหลุดหัวเราะออกมานิด ๆ ก่อนที่จะกลับไปทำหน้านิ่งอีกครั้ง ยูชอนได้แต่เงียบ มองหน้าชางมินบ้างพื้นถนนบ้างสลับกันไปมา
“ผมถามว่าคุณมาทำอะไรที่นี้ มาทำลับ ๆ ล่อ ๆ อะไรหน้าร้าน ทำไมไม่เข้าไปข้างใน”
“เอ่อ . . . ผมแค่จะมาเอาของ แต่”
“คุณจะเอาของอะไร อีกตั้ง 2-3 วันกว่าพี่ยุนโฮจะกลับ งานคุณยังไม่เสร็จสักหน่อย”
ยูชอนมองหน้าชางมินอย่างงง ๆ
“แล้วนั่นอะไรอยู่ข้างหลังน่ะ คุณแอบขโมยอะไรออกจากร้านผมไปรึไงกัน”
“ไม่ ๆ นะ เอ่อ ก็มันคือดอกไม้ที่ผมจะเอามาคืนให้คุณ แต่ . . . ถึงผมจะไม่ได้ปลูกมันเองตั้งแต่แรก แต่เกือบสองอาทิตย์ที่ผ่านมาผมก็ดูแลมันเองกับมือเลยนะ ผมจะเอามาใช้คืนคุณน่ะ”
ยูชอนเอากระถางไอวี่ต้นเล็ก ๆ ออกมาจากด้านหลังก่อนยื่นมันให้ชางมิน ต้นกล้าอ่อน ๆ ที่เพิ่งแตกกิ่งอวดยอดรับแสงอาทิตย์เป็นสีเขียวอ่อนสดใส ชางมินอมยิ้มก่อนเปิดประตู้ร้านแล้วเรียกยูชอนเข้าข้างใน
“จะยืนตากแดดอีกนานมั้ย ระวังต้นไม้คุณจะตายซะก่อนที่มันจะได้ออกดอก”
เค้าเดินนำเข้าไปโดยมียูชอนเดินตามอย่างเงียบ ๆ
“อ้าวมากันแล้วเหรอ ป่านนี้ฉันโดนหมายหัวแล้วมั้ง”
เสียงซีวอนบ่นไม่เลิก
“เอาน่า ขอบคุณนายมากนะซีวอน ตอนนี้คนทำงานกลับมาแล้ว นายกลับร้านเถอะ ป่านนี้พี่ฮันรอแย่แล้ว”
“อืม”
ซีวอนพยักหน้ารับ ก่อนเดินออกมาจากเคาท์เตอร์แล้วหยุดแซวยูชอน
“เลี้ยงมื้อใหญ่แล้วกันนะสำหรับผู้มีพระคุณ”
จบ ประโยคซีวอนเดินผิวปากอย่างสบายใจออกจากร้อน ก่อนนึกขึ้นได้ว่าอาจจะไม่มีชีวิตอยู่กินมื้อใหญ่ก็เป็นได้ถ้าช้ากว่านี้ เค้าวิ่งหายไปในซอกตึกของบล็อกถัดไป ปล่อยให้ยูชอนยืนงงอยู่กับเจ้าของร้านหน้าหวานแค่สองคน เค้าวางกระถางดอกไอวี่ลงก่อนเดินเข้าไปหาชางมิน
“เรื่องเมื่อกี้”
“ผม ต้องขอโทษคุณด้วยที่พูดจาไม่ดี ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้ฟังเหตุผลอะไรจากคุณเลย ดีที่ซีวอนเล่าทุกอย่างให้ผมฟัง ไม่งั้นผมก็คงเข้าใจคุณผิด ๆ และนี่คือสาเหตุที่เค้ากลายเป็นผู้มีพระคุณของคุณไง”
ยูชอนได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สงสัยแค่มื้อใหญ่สำหรับซีวอนคงไม่พอซะแล้ว เค้าหันกลับมาหาชางมิน
“ผมแค่ไม่ชอบที่เค้าว่าคุณ”
“นั่นคือสิ่งที่ผมต้องขอบคุณคุณที่สุด คุณยูชอน ขอบคุณที่ปกป้องผม ขอบคุณมาก”
ชางมินยิ้มให้เค้า รอยยิ้มนั้นสดใส จริงใจ และเป็นรอยยิ้มที่สวยที่สุดเหมือนวันแรกที่เค้าได้พบตอนนั้น
“ฝนตกอีกแล้ว ฝนตกแดดออกแบบนี้ผมคงได้เห็นอีกแล้วสินะ”
ชางมินวิ่งไปยืนที่หน้ากระจกบานใส ละอองฝอยของเม็ดฝนกับแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบกันบรรยากาศวันนี้เหมือนกับตอนนั้น
“นั่น ไง รุ้ง . . . . ผมรู้สึกสดชื่นทุกครั้งเลยนะที่ได้เห็น ผมเคยคิดว่าปลายทางมันอยู่ที่ไหนกันนะ แล้วผมจะเดินไปถึงรึเปล่า แต่ผมก็ไม่เคยตามมันได้สักที”
“ผมไม่ได้มองมันมานานแล้วนะ จนกระทั่งผมได้พบคุณชางมิน คุณทำให้ผมมองเห็นรุ้งอีกครั้ง”
ยูชอนยิ้ม รอยยิ้มที่จริงใจถูกมอบให้กันอย่างเป็นมิตร มากกว่าวันแรก และยูชอนคาดหวังเสมอให้มันมากขึ้นเรื่อย ๆ
“อ๊ะ ส่วนดอกไอวี่ คุณเก็บของคุณไปเถอะวันไหนที่มันออกดอกเมื่อไหร่ค่อยเอามาให้ผม แล้วผมจะบอกคุณเองว่าผมจะตกลงหรือไม่ตกลง”
ชา งมินยิ้มให้เค้าอีกครั้ง ก่อนหันกลับไปมองโค้งรุ้งที่ขอบฟ้าอีกครั้ง ถึงยูชอนจะไม่เข้าใจแต่เค้าก็พยักหน้ารับโดยไม่มีเงื่อนไข เพิ่งรู้ว่าวันที่ฝนตก ก็เป็นวันที่สดใสได้เช่นกัน คนสองคนกับบรรยากาศที่ทำให้รับรู้ความรู้สึกของกันและกันได้คงเพียงพอแล้ว สำหรับสิ่งที่ต้องการ
ถึงแม้จะครบกำหนดที่ยุนโฮกลับมาจากต่าง จังหวัดแต่ยูชอนก็กลายมาเป็นพนักงานประจำร้านไปเรียบร้อยแล้ว ถึงจะเป็นเวลาไม่นานนักแต่ยุนโฮก็พอจะรู้ถึงความสัมพันธ์ของน้องชายและ เพื่อนของเค้า เค้าไม่ได้ห้าม และไม่ได้รังเกียจเพราะเค้ารู้จักยูชอนดี
ในขณะที่ชางมินทำหน้าที่รับดอกไม้อยู่ที่หน้าร้าน ยูชอนได้โอกาสถามบางอย่างที่เค้าสงสัยมาได้สักระยะ
“ยุนโฮนายรู้มั้ยว่าดอกไอวี่น่ะ หมายความว่าอะไร”
“นายอยากรู้ไปทำไม”
“เอาน่า บอกฉันหน่อย”
ยูชอนซักไซร้ จนยุนโฮต้องตอบคำถามอย่างเสียไม่ได้
“ดอกไอวี่เค้าใช้สำหรับขอแต่งงาน มันแสดงออกถึงความซื่อสัตย์ และความมั่นคงในความรัก นี่แหล่ะความหมายของมัน”
“ขอแต่งงาน”
ยูชอนนึกถึงคำพูดของชางมินในวันฝนตก
“อ๊ะ ส่วนดอกไอวี่ คุณเก็บของคุณไปเถอะวันไหนที่มันออกดอกเมื่อไหร่ค่อยเอามาให้ผม แล้วผมจะบอกคุณเองว่าผมจะตกลงหรือไม่ตกลง”
“ว้าววววววววว”
ยูชอนกระโดดจนตัวลอย ก่อนวิ่งเข้ากอดยุนโฮเหวี่ยงไปมาด้วยอาการดีใจสุด ๆ
“นายเป็นอะไรของนายยูชอน เล่นบ้าอะไรฉันเจ็บนะโว้ย”
“ว้าว ว้าว ว้าว ว้าววววววววววว ยี้ห้า~~~~ ฉันรักนายจังไอ้พี่เขย 5555+”
ยูชอนกระโดดโลดเต้น ก่อนวิ่งไปหน้าร้อนพร้อมเรียกน้องชายของยุนโฮด้วยเสียงหวานใส
“ชางมินคร้าบบบบบบบบบบ”
“ฮื้อ”
เสียง ตอบสั้น ๆ พร้อมทั้งชะโงกหน้าผ่านประตูหน้าร้านเข้ามาตามเสียงเรียก ยูชอนใช้ปลายจมูกฉกหอมที่แก้มใสหนึ่งครั้งก่อนกระซิบที่ข้างหู
“ผมรักคุณจัง 55555+”
“ยูชอน คุณทำบ้าอะไรของคุณน่ะ”
ชางมินโวยวายไม่พอยุนโฮวิ่งเข้ามาพร้อมไม้กวาดด้ามยาว
“ยูชอน นายทำบ้าอะไรของนายนั่นน้องฉันนะเว้ย”
ความ โกลาหลเกิดขึ้นในร้านดอกไม้ที่แสนสงบ อาจเป็นเพราะสมาชิกผู้มาใหม่ หรืออาจเป็นเพราะความรักที่มาเยือน ตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือการทนุถนอมดอกไอวี่กระถางนั้นให้ดีที่สุด จนกว่าจะถึงวันที่มันผลิดอก วันนั้นคงเป็นอีกวันที่ยูชอนจะได้ดีใจที่สุดในชีวิต
~*~ THE END ~*~
